ติดต่อเรา : 081 003 4099 , 080 064 7515, 02 644 9001 coffeeconstruct@gmail.com

กาแฟเชอรี่
The Story of Coffee Cherries

01

The Story of Coffee Cherries

Chapter 02
Chapter 03
Chapter 04

กาแฟเชอรี่ 01

ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วสมบูรณ์แบบแต่กำเนิด กาแฟก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้เกิดมามีกลิ่นหอมหรือขมตั้งแต่แรก หากแต่ถูกกระบวนการในขั้นตอนการผลิตต่างหากที่ทำให้กาแฟมีรสชาติคม หากเปรียบเทียบกับคนก็สามารถอุปาอุมัยได้ว่า สภาพแวดล้อม สังคม และการถูกบ่มเพาะสั่งสอนทำให้คนเรามีลักษณะที่เปลี่ยนไปนั่นเอง

จุดเริ่มต้นของกาแฟไม่ได้เกิดจากรสชาติขมในทีเดียว หากแต่กาแฟก็เป็นพืชที่มีลักษณธไม่แตกต่างจากผลไม้อื่นๆที่มีหน้าตาน่ารัก หลายผลเชอร์รี่ โดยแรกเริ่มเมื่อกาแฟออกดอกผลจะมีลักษณะเป็นผลกลมๆขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ เมื่อสุกเต็มที่จะมีสีแดงสดคล้ายกับผลเชอร์รี่ ทำให้คนรู้จักกันโดยทั่วไปว่ากาแฟเชอร์รี่ รสชาติของกาแฟเขอร์รี่จะมีความหวานตามธรรมชาติ กลิ่นหอมที่ติดมาก็เฉพาะตัว ซึ่งสำหรับนักธุรกิจหัวใสบางคนที่ที่ทำการกะเทาะเนื้อเชอร์รี่ออกจากกาแฟจะไม่ได้นำไปทิ้งให้สูญเปล่า หากแต่จะนำไปตากให้แห้งเพื่อนำมาทำเป็นชากาแฟเชอร์รี่

ภาพสวนกาแฟบนดอยทางภาคเหนือของประเทศไทย

Photograph by BowornPruk

การปลูกกาแฟให้ได้ผลผลิตดี ซึ่งสิ่งที่คาดหวังเพาะปลูกก็คือผลกาแฟ เป็นที่ทราบกันดีว่ากาแฟในโลกใบนี้แบ่งออกเป็น 2 พันธุ์ใหญ่ๆ นั่นคือ อาราบิก้า และโรบัสต้า โดยอาราบิก้าจะสามารถเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีได้ต้องปลูกในที่สูง สภาพอากาศเย็น เพราะหากปลูกในที่ต่ำและอากาศร้อนเกินไปจะทำให้ผลกาแฟเชอร์รี่สุกเร็ว ซึ่งนั่นเป็นผลร้ายเพราะเมล็ดกาแฟจะไม่มีการซึมซับคาเฟอีนได้มากพอ จึงไร้คุณภาพ ในส่วนของกาแฟโรบัสต้าสามารถปลูกได้ในสภาพแวดล้อมทั่วไป คือ อากาศร้อนชื้น ต้องการน้ำจำนวนมาก โดยในตัวโรบัสต้านั้นจะมีสารคาเฟอีนมากพออยู่แล้วจึงทำให้มีความทนมากกว่าอาราบิก้าที่ต้องใช้เวลาบ่มสะสม นอกจากนี้พื้นที่ในการเพาะปลูกก็สามารถปลูกได้ในที่ๆต่ำกว่าได้

“Did you know? Thailand can grow both
Arabica & Robustar”

เมื่อกาแฟเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์จนสามารถออกดอกและผลได้นั้น ช่วงที่กาแฟอยู่ในช่วงออกผลก็ต้องมีการดูแลเป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้มีการรบกวนของศัตรูพืชที่จะส่งผลให้เมล็ดกาแฟไม่มีคุณภาพ เช่น การถูกแมลงเจาะกินเนื้อเชอร์รี่จนเข้าไปจึงเมล็ด หรือการถูกเชื้อรา โดยสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อคุณภาพกาแฟทั้งสิ้น นอกจากนี้ในช่วงที่ออกดอกผล ต้องมีการใส่ใจเรื่องการให้สารอาหารแก่ต้นกาแฟที่เพียงพอ เพื่อไม่ให้กาแฟขาดสารอาหารจนนำไปสู่การกายพันธุ์ของเมล็ดซึ่งจะทำให้รสชาติกาแฟที่จะถูกนำไปคั้วถูกกลบจากรสชาติเดิมที่ควรเป็น

Editor

Content Writer : Liu Teja

เนื่องจากกาแฟที่รับประทานกันในปัจจุบันนิยมให้อยู่ในรูปแบบกระบวนการสุดท้าย นั่นคือ การนำเมล็ดกาแฟสารมาคั้วตามความต้องการ เช่น คั้วอ่อน คั้วกลาง คั้วแก่ เมื่อเป็นผลกาแฟเชอร์รี่ที่ยังไม่ได้ทำการแปรรูปนั้นจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่กลุ่มคนที่นิยมนำกาแฟไปให้ตัวชะมดกินเพื่อเป็นการหมักกาแฟกลับได้รับความนิยมมากกว่าการที่คนทั่วไปจะกินเนื้อเชอร์รี่นี้เอง

แม้สุดท้ายของการเป็นกาแฟจะไม่ใช่ผลเชอร์รี่ที่คนนิยมรับประทาน กาแฟเชอร์รี่จะถูกนำไปผ่านกระบวนการแปรรูป โดยแบ่งออก เป็น 2 วิธีใหญ่ๆ นั่นคือการหมักเอาเนื้อเชอร์รี่ออก และ การตากแห้งกาแฟเชอร์รี่ ซึ่งการหมักก็จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ โดยที่กล่าวไปข้างต้นคือการให้ชะมดรับประทานกาแฟและขับถ่ายออกมา หรือการแช่หมักเอาไว้ในบ่อซีเมน และการกะเทาะออกด้วยเครื่องกะเทาะกาแฟเชอร์รี่เปียก โดยวิธีนี้จะช่วยให้กาแฟมีรสชาติที่แปลกใหม่ไปจากเดิมเนื่องจากเป็นวิธีใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย

หลายคนอาจจะเริ่มคิดแล้วว่าแท้จริงกาแฟเชอร์รี่มีรสชาติเช่นไร อยากลองไปลิ้มรสให้ได้สักครั้ง ซึ่งประสบการณ์ที่ดีต้องเกิดจากการได้ไปสัมผัสโดยตรง เพราะนั่นอาจจะทำให้คอกาแฟที่รักในรสชาติขม กลมกล่อม แอบปันใจให้กับรสหวานของกาแฟเชอร์รี่บ้างก็เป็นได้

Want to read more articles about Coffee?
ติดตามบทความดีๆ เกี่ยวกับกาแฟได้ที่นี่

9 + 8 =

*โปรดยืนยันว่าคุณไม่ใช่คอมพิวเตอร์*